วันนี้มีบทความๆหนึ่งที่อยากให้ทุกคนอ่าน
เป็นบทความที่มีประโยชน์มาก
โดยเพื่อนคนหนึ่ง (AIRBUS BOY)
ขียนไว้ในPANTIP.COM
บางคนอาจจะเคยได้อ่านแล้วบ้าง
จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ( OG 269 )
แน่นอนว่าเหล่าลูกเรือไม่มีใครลบความรู้สึก
ทั้งกลัวและเศร้าออกไปได้
ทุกครั้งที่นึกถึงก็ยังสลดและอาลัย
อยู่ทุกครั้ง …
แต่เราก็หวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จะเป็นเหมือนประสบการณ์เตือนใจ ทุกๆฝ่าย
รวมทั้งลูกเรือเราเองด้วย
(ทุกๆไฟลท์ เรารู้สึกว่าลูกเรือจะเข้มกับกฏระเบียบมากขึ้นยิ่งไปอีก)
เพราะฉะนั้นอย่าได้โกรธ ไม่พอใจกันเลยนะคะ
หากคุณขึ้นเครื่องบิน และมีลูกเรือขอความร่วมมือในเรื่องต่างๆ
ที่เป็นกฏเกี่ยวกับ safety
เพราะเรากำลังหน้าที่ของเรา
เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารของเรา
ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ
อ่ะไปอ่านกันดีกว่าค่ะ
ปล. เส้นการบินไทยเค้าหาจากไหนกันเนี่ย
อยากให้อุบัติเหตุวันทูโกเป็นเรื่องเตือนใจผู้โดยสาร>>>
จากลูกเรือวันทูโกคนหนึ่ง
ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความเสียใจ กับครอบครัวผู้สูญเสียกับเหตุการณ์ครั้งนี้
ผมเองกว่าจะหลับตาลงก็ปาเข้าไปวันที่สามแล้ว
เราบอบช้ำกันมากแต่พวกเรายังสู้
เรายังต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด
ถึงน้องบางคนยังยืนไหว้ขอบคุณผู้โดยสารทั้งน้ำตา
แต่เราก็เต็มใจที่จะทำหน้าที่นี้ต่อไปให้ดีที่สุด
พวกเราติดตามข่าวสารต่างๆซึ่งบางเรื่องก็จริง แต่บางเรื่องก็ไม่จริงเลย แต่เราก็ไม่มีโอกาสอธิบาย ข่าวบางสื่อบอกว่า
"แล้วลูกเรือหายไปไหนหมด" มันเจ็บที่อกจนน้ำตาไหลออกมา
ผมเชื่อเหลือเกินว่า ลูกเรือเที่ยวบินนั้นได้ทำหน้าที่ทุกอย่างสุดความสามารถแล้ว
...................เค้าทำดีที่สุดแล้ว
วันนี้ลงจากไฟล์มาเจอหนังสือพิมส์บอกว่า
"สนามบินภูเก็ตเฮี้ยนแล้ว"
อะไรสักอย่างอ่านแล้ว สลดใจครับ
เค้าไม่คิดถึงจิตใจคนที่สูญเสียเลยเหรอ
ในขณะที่บางคนบอกว่าเค้าไปดีแล้วไปสู่สุขคติแล้ว
แต่บางคนกลับบอกว่าเค้า.................เฮ้อออ
ผมไม่อยากเขียนจริงๆ
อีกข่าวบอกประมาณว่า ผู้เสียชีวิตได้ซื้อตั๋วกับเคทีซี โชคดีได้ ยี่สิบล้าน
คุณว่าเค้าจะดีใจมั๊ยที่ได้เงินจำนวนนั้นแล้วแลกกับชีวิตคนที่เค้ารัก
ผมว่าต่อให้ร้อยล้านก็ไม่มีใครแลกหรอกครับ.... อยากวอนให้สื่อช่วยคิดถึงจิตใจคนที่สูญเสียบ้างนะครับ
ที่ผมมาตั้งกระทู้นี้เพื่ออยากให้เหตุการณ์นี้ เป็นอุทาหรณ์ให้ผู้โดยสารท่านอื่น ได้ตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยบนเรื่องบิน
อยากให้ท่านได้ตระหนักถึงสิ่งที่ลูกเรือร้องขอให้ทำ
แทนที่จะพยายามวิเคาระห์ว่านั่งตรงไหนปลอดภัยที่สุด เครื่องแบบไหนปลอดภัยที่สุด
ใครผิด
ใครเป็นคนทำ
นักบินประเทศไหนแย่
เครื่องรุ่นไหนเสี่ยง
อายุเครื่องสายการบินไหนเก่าสุด
สนามบินไหนไม่ได้มาตรฐาน
มันเป็นปัจจัยภายนอกที่เราเองก็ควบคุมไม่ได้
เราขึ้นเครื่องบินเราไม่รู้หรอกว่านักบินเป็นคนชาติอะไร เป็นใคร
นิสัยอย่างไร มีชัวโมงบินกี่ชั่วโมง
อากาศข้างหน้าจะเป็นยังไง สนามบินได้มาตรฐานรึปล่าว
แต่สิ่งที่คุณจะป้องกันได้ถึงจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็เป็นโอกาสที่จะทำให้คุณเอาชีวิตรอดในนาทีวิกฤต ที่ผมภาวนาทุกค่ำคืนว่าไม่อยากให้เกิดอีก
ก็คือการเตรียมตัวเองให้พร้อม
1. ก่อนขึ้นเครื่องบินโปรดตรวจสอบสัมภาระของท่านให้ดี เอาของตัวติดตัวเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น การเสียค่าน้ำหนักเพิ่มไม่ทำให้เราต้องเสียเงินมากเท่าไหร่นะครับเพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่จำเป็นโหลดเถอะครับ
2. บางคนอาจเห็นว่าไม่สำคัญแต่ความรู้สึกผมการแต่งกายขึ้นเครื่องบินควรจะแต่งการให้เราคล่องตัว เพราะบางครั้งหากเราใส่กระโปรงยาว ส้นสูง หมวก หรืออุปกรณ์อะไรมากๆ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอาจเป็นอุปสรรคกับตัวเราเองก็ได้ อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะครับ
3. ช่างสังเกตุ การเป็นคนช่างสังเกตุทำให้เราสามารถเห็นความผิดพลาดอะไรได้มากมาย ถึงแม้ทางสายการบินต่างๆจะมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงสุดแต่ก็ไม่เสียหายหากท่านจะสงสัยว่าทำไมตรงนี้มีรอยแตก ได้กลิ่นอะไรมั๊ย ทำไมเสียงแปลกๆ ทำไมที่นั่งแบ่งไม่เท่ากัน เมื่อกี้เห็นควันตรงปีก ท่านถามลูกเรืออย่างผมได้ ผมเองก็จะได้เช็คก็เพอร์เซอร์อีกครั้งเพื่อความปลอดภัย
4.เมื่อขึ้นเครื่องมาแล้ว การมองว่าเครื่องนี้มีทางออกได้กี่ทาง ตรงไหนบ้าง เรานั่งตรงนี้ ทางออกฉุกเฉินอยู่ตรงไหน ห่างจากเรากี่แถว นับไว้ในใจ ถ้าเกิดอะไรขึ้นข้างในมีควันเราเอาเสื้อคลุมไว้ แต่มือเราก็นับแถวเก้าอี้ไปยังทางออกได้ ข้างหน้าเราเป็นใคร ข้างหลังเราเป็นใคร หากเกิดอะไรที่เราช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เราก็จะได้ขอให้เค้าช่วย
5. เมื่อลูกเรือประกาศปิดโทรศัพท์ ขอความร่วมปิดจริงๆ ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานว่าสัญญาณโทรศัพท์จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ผมเองก็ไม่อยากให้ใครต้องเป็นคนพิสูจน์ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง บางท่านบอกว่าเครื่องยังไม่ขึ้นทำไมต้องปิด ผมขอเรียนให้ท่านทราบว่า ถึงแม้ครื่องจอดอยู่ แต่ในห้องนักบิน นักบินกำลังติดต่อกับหอบังคับการบินเรื่องข้อมูลต่างๆ บางครั้งสัญญาณจากโทรศัพท์มือถือ อาจทำให้นักบินได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดมาก็ได้ครับ
ในระหว่างเครื่องจะจอดก็เช่นกัน ให้รอให้สัญญาณแจ้งรัดเข็มขัดดับก่อน
จึงค่อยปลดเข็มขัด เพราะหากเครื่องยังไม่นิ่งสัญญาณยังไม่ดับอะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ ส่วนโทรศัพท์เราจะประกาศให้ท่านใช้หลังออกจากเครื่องบิน
ถึงแม้ว่าเครื่องจะจอดแล้ว ประตูเปิดผู้โดยสารกำลังลง แต่หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา ท่านจะไม่มีทางรู้เลยครับ
หากท่านพูดว่าท่านขอคนเดียวได้มั๊ย จำเป็นจริงๆ แล้วหากผู้โดยสารท่านอื่นเห็น ขอใช้บ้าง ถ้าใช้กันทั้งลำ การสื่อสารที่จำเป็นระหว่างลูกเรือหรือกัปตัน กับผู้โดยสารก็จะล้มเหลวโดยปริยาย
เพราะฉะนั้นอย่าว่าหรือทำสีหน้าไม่พอใจกันอีกเลยนะครับ หากคราวหน้าลูกเรือแนะนำให้ปิดโทรศัพท์ ถึงเราจะไม่มีทางรู้ว่าท่านปิดจริงหรือไม่ แต่อยากให้คิดอยู่ในใจเสมอว่า เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองเป็นสำคัญ ปิดเถอะครับ…
6. ขณะสาธิตอุปกรณ์การช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน อยากให้ตั้งใจดูจริงๆนะครับ เพราะนี่คือสิ่งที่ช่วยชีวิตคุณได้ หนังสือพิมพ์รอก่อน โทรศัพท์ค่อยคุย ง่วงนอนแค่ไหนก็ขอให้ฝืนดู เพราะมันสำคัญที่สุด
6.1 เข็มขัดนิรภัย ถึงแม้จากเหตุการณ์ของสายการบินผมจะมีผู้เสียชีวิตขณะนั่งรัดเข็มขัด ซึ่งบางท่านอาจคิดว่า ท้ายที่สุดมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร แต่มองในแง่ของการพิสูจน์ศพ บางท่านในเที่ยวบินนั้นได้กระเด็นออกจากที่นั่งเนื่องจากไม่รัดเข็มขัด ทำให้ไม่ทราบว่านั่งที่ไหน กับท่านที่นั่งรัดเข็มขัดกับที่เราสามารถตรวจสอบกับสายการบินได้ว่า ผู้โดยสาร 23A ชื่ออะไร เป็นใคร
ในกรณีอื่น หากเครื่องบินเกิดเสียหลัก ในเคบินจะเกิดแรงกระชากอย่างรุนแรง เข็มขัดนิรภัยเป็นสิ่งเดียวที่จะรั้งเราเอาไว้ และผมขอแนะนำว่าหากเกิดกรณีนั้นจริง ให้ท่าน"ก้มหัวลงให้ต่ำที่สุด หรือจับข้อเท้าไว้ แล้วรอจนเครื่องจอดสนิท ถึงจะทำการอพยพ" หากลูกเรืออย่างพวกเรายังมีสติ เราจะเป็นคนสุดท้ายที่ลงจากเครื่องครับ..เราสัญญา
การลองปลดเข็มขัดใส่เข็มขัดก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายครับจะทำให้เราชินมือ แล้วกรุณาปรับเข็มขัดให้อยู่ใต้สะดือและแน่นพอดีตัว เพราะหากท่านคาดหลวมๆเพื่อหลอกลูกเรือ (เหมือนเอาเข็มขัดนิรภัยรถมาทาบ อกหลอกตำรวจ) มันก็ช่วยอะไรไม่ได้นะครับ
7. หน้ากากอ๊อกซิเจน จะอยู่เหนือที่นั่งของท่านนะครับ หากระบบความกดอากาศในเคบินเปลี่ยน ท่านสามารถใช้หายใจได้ อาจมีกลิ่นไหม้ แต่นั่นคือกลิ่นสารเคมีที่ทำปฏิกิริยากัน ไม่มีอันตรายแต่อย่างใดครับ
อีกอย่าง ถ้าท่านมากับลูก หรือคนชรา สิ่งที่ถูกต้องคือใส่ให้ตัวเองก่อนนะครับแล้วค่อยใส่ให้กับคนอื่น เพราะหากเราใส่ให้ลูก เสร็จเราหมดสติ เหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไรเราไม่รู้ อาจเลวร้ายกว่านี้ เด็กก็อาจเป็นอันตรายได้ครับ
8. เสื้อชูชีพอยู่ใต้ที่นั่งของท่าน การเอามือคลำดูก็เป็นการตรวจสอบความปลอดภัยอีกครั้งครับ หากไม่มี ท่านจะได้บอกลูกเรือได้ เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินท่านอาจไม่ทันการณ์ อย่าลืมว่าเมื่อเวลานั้น เสี้ยววินาทีมีค่าที่สุดครับ
9. ทางออกฉุกเฉิน ท่านสามารถสังเกตุได้ตามที่พนักงานชี้ครับ และพนักงานจะชี้ไฟฉุกเฉินบริเวณทางเดินด้วย ขอให้ท่านสังเกตุให้ดี เพราะสิ่งนี้จะพาคุณไปยังทางออกครับ
9.1 สำหรับท่านที่นั่งใกล้ทางออกฉุกเฉิน พึงตระหนักนะครับว่า ท่านเป็นแรกที่หากเกิดเหตุฉุกเฉินท่านจะสามารถออกได้ก่อน ห้ามนำกระเป๋าหรือสัมภาระวางขวางบริเวณนั้นเด็ดขาดครับ
เพราะอะไรเหรอครับ
หากเกิดเหตุการณืไม่คาดฝันขึ้น ไฟลุกมาจากด้านหลัง พนักงานเปิดประตูให้ท่านหนี แต่ขาท่านไปเกี่ยวกับสายกระเป๋าเป้แล้วท่านล้มลง คนอื่นสะดุดท่านล้มลงอีกเหตุการณ์อลม่าน ผู้โดยสารมองล้มกองคาทางออก ผมคงไม่ต้องบอกนะครับว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนั้น เพราะฉะนั้นหากท่านนั้นบริเวณนั้นพยายามทำให้ทางเดินโล่งที่สุดไว้นะครับ
9.2 การอธิบายวิธีการเปิดทางออกฉุกเฉิน
ลูกเรือจะอธิบายวิธีการเปิดให้ท่านฟังพร้อมกับมีแผ่นให้ท่านอ่าน กรุณาศึกษาอย่างละเอียดครับ เมื่อก่อนที่ผมเคยเจอคือ "ผมขึ้นบ่อย ไม่ต้องพูดแล้ว" หรือ ไม่ยอมฟัง ไม่สนใจ ตรงนี้เราซีเรียสมากครับ หากใครไม่เต็มใจนั่งเราจะย้ายทันที ถ้าท่านเห็นเหตุการณ์ที่เกิดกับสายการบินผม ท่านจะเห็นหน้าต่างฉุกเฉินถูกเปิดออกที่บริเวณปีกครับ แล้วผู้โดยสารส่วนนึงก็สามารถออกมาได้
เพราะฉะนั้นผมขอร้องให้ตั้งใจฟังจริงๆครับ กราบข้อร้องจากใจจริง(เพราะผมไม่อยากให้เกิดอะไรร้ายๆขึ้นอีกแล้ว) หากมีข้อสงสัยถามได้ครับ ทุกสิ่งทุกอย่างถึงแม้จะเล็กๆน้อยๆ แต่ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองทั้งสิ้นครับ
- ทำไมตอนเครื่องขึ้นและลง ถึงห้ามใส่หูฟัง ห้ามฟังเพลงห้ามเปิดเกมส์
ก็เพราะระหว่างการนำเครื่องขึ้นและลงเป็นช่วงที่เสี่ยงที่สุด หรือที่เราชาวลูกเรือเรียกว่า 11นาทีวิกฤต อุบัติเหตุส่วนใหญ่จะเกิดตอนการนำเครื่องขึ้นและลง หากระหว่างนั้นเราใส่หูฟัง ฟังเพลง เราจะไม่ได้ยินลูกเรือสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์ฉุกเฉิน หรือหากเกิดเสียงผิดปกติเช่นระเบิด เสียงรั่วต่างๆเราก็จะไม่ได้ยิน หรือหากลูกเราcommand อะไรที่ฉุกเฉิน ท่านจะเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ยิน
ส่วนเกมส์หรือ mp3 นั้นเราก็เกรงว่าจะรบกวนระบบสื่อสารเช่นกัน
-ทำไมเราถึงบอกให้ท่านเก็บโต๊ะหน้าที่นั่ง ปรับพนักพิงเก้าอี้ตรง และเปิดม่านหน้าต่าง เพราะทุกสิ่งที่กล่าวมานั้นหากท่านไม่ทำตามก็จะเป็นสิ่งกีดขวางในการหนีภัยทั้งสิ้นครับ
การเปิดม่านหน้าต่าง ก็เพื่อให้ท่านได้เห็นว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นมีไฟไหม้ มีควัน เป็นเนินดินหนีไปทางนั้นไม่ได้ เป็นแอ่งน้ำ สิ่งเหล่านี้ก็เพื่อให้เราสามารถใช้ประมวลความเป็นไปได้ในการหนีภัยครับ
ก่อนเครื่องจะทำการขึ้น ลูกเรือจะเดินตรวจความเรียบร้อยที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น บางท่านพอเรามาตรวจก็ปรับพนักพิงเก้าอี้ตรง แต่พอเราไปก็ปรับเอนอีก(ผู้โดยสารด้านหลังสามารถแจ้งลูกเรือได้ มันเป็นสิทธิความปลอดภัยของเรา ไม่ต้องกลัวเค้าเขม่น)
บางท่านใช้หลังยันไว้หรือเอามือแกล้งกดปุ่มไว้แล้วบอกว่าเสีย พอเราขอปรับให้ท่าน ท่านก็โกรธ เราอยากชี้แจงว่าที่เราทำไปทั้งหมดก็เพื่อตัวท่านเองและผู้โดยสารท่านอื่นครับ ลูกเรือนั่งตรงประตูเค้ารู้วิธีหนีภัย เค้าสามารถหนีได้เป็นคนแรก เค้าจะไปเป็นคนแรกก็ได้ แต่เรา(ลูกเรือทั่วโลก)จะไม่มีวันทำเช่นนั้นครับ เพราะฉะนั้นเราถึงจ้ำจี้จ้ำไชกับท่าน ท่านอาจหงุดหงิด ท่านอาจด่าเรา reportเรา แต่เมื่อถึงเวลาที่ท่านก้าวเท้าลงจากเครื่องไปอย่างปลอดภัย เราก็ถือว่าเราได้ทำหน้าที่เราสำเร็จแล้ว
- ถ้าปวดห้องน้ำระหว่างที่เข็มขัดยังเปิดอยู่ลุกไปได้มั๊ย
แนะนำว่าให้อดทนรอก่อนครับ เพราะอย่างที่บอก 11 นาทีวิกฤตยังไม่ผ่านอะไรก็เกิดขึ้นได้ หรือแม้ตอนเจอหลุมอากาศ การที่สัญญาณแจ้งเตือนเพราะกัปตันได้ตรวจเจอก้อนเมฆ ซึ่งอ่านทำให้เครื่องส่าย สั่น ทำให้ท่านไม่ปลอดภัยได้(ความปลอดภัยของท่านอีกแล้ว)
- แล้วทำไมลูกเรือเดินได้หล่ะ
อย่างที่บอกเราได้รับการเทรนมาอย่างดีวิธีการเดินตอนเครื่องสั่น หรืออะไรที่เซฟลูกเรือ ระหว่างการเทรน เราถูกครูจับใส่ไมโครชิพที่ทำให้เราต้องระลึกอยู่เสมอว่า "ความปลอดภัยของท่านมาอันดับแรก"
ฉะนั้นท่านจึงได้เห็นภาพแอร์หน้าซีด เดินขาถ่างมือนึงจับพนักพิง อีกมือถึงทิชชูมาให้ผู้โดยสารที่กำลังอาเจียน(แต่หากรุนแรงมากเราจำเป็นต้องsecure ตัวเองก่อน ไม่ใช่เห็นแก่ตัว แต่เป็นเพราะยิ่งเราปลอดภัยครบ 32 เท่าไหร่ เรายิ่งมีโอกาสช่วยเหลือผู้โดยสารมากเท่านั้น)
ในกรณีที่ท่านนั่งอยู่ในห้องน้ำแล้วเกิดสภาพอากาศแปรปรวนให้ท่านรีบออกมาจากห้องน้ำมานั่งที่และรัดเข็มขัดทันที แต่หากไม่ไหวจริงๆ ขอให้ท่านจับที่จับในห้องน้ำและนั่งลงให้ตัวอยู่ต่ำที่สุด แต่ในกรณีที่เกิดความผิดปกติในห้องโดยสารจนทำให้หน้ากากออกซิเจนตกลงมา ท่านสามารถใช้หน้ากากในห้องน้ำได้ทันที แล้วเราจะรีบไปช่วยท่านครับ
********หากเกิดการemergency landing
สิ่งแรกที่ท่านต้องทำคือ
1. มีสติ หากเรารู้ล่วงหน้าเราจะแนะนำท่าที่ปลอดภัยตอนเครื่องลง แต่หากเกิดไม่ทันตั้งตัว เราจะตะโกนท่าที่ปลอดภัยให้ท่านทำตาม
2. ขอให้ท่านรอให้เครื่องจอดสนิทก่อน เพราะเราไม่รู้ว่าข้างนอกเป็นอย่างไร เมื่อเครื่องจอดแล้ว เราจะบอกให้ท่านปลดเข็มขัดแล้วทิ้งทุกอย่างไว้ ให้มาทางเรา
ถ้ามีควันไฟขอให้ท่านใช้เสื้อผ้าปิดจมูก ปิดปาก แล้วกคลานให้ต่ำที่สุด
3. เมื่อท่านออกจากเครื่องได้แล้ว ขอให้ท่านอยู่ให้ห่างเครื่องมากที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะระเบิดตอนไหน (แต่บางครั้งเหตุการณ์ก็ไม่ได้เป็น step เช่นนี้ ยกตัวอย่างสายการบินของผม)
การปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานต้อนรับอย่างเคร่งครัด เป็นสิ่งที่จะช่วยชีวิตผู้โดยสารมากกว่าการต้องคอยหาว่านั่งตรงไหนปลอดภัยที่สุด
ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าล้อหลังไม่กาง เอาท้ายลง ด้านหลังก็เสี่ยง
ถ้าเกิดน้ำมันรั่วที่ปีก ตรงกลางเสี่ยง
ถ้าเกิดชนกระแทกด้านหน้า ด้านหน้าเสี่ยง
เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวเอง มีสติ ไม่ประมาท ช่างสังเกต ขี้สงสัย
และระแวดระวัง(แต่ไม่ใช่ระแวง)เป็นวิธีที่ทำให้เราปลอดภัยที่สุด
ผมเองคิดด้วยซ้ำว่าหากผมไปเป็นผู้โดยสารสายการบินไหนผมจะทำตามเคร่งครัด ไม่ประมาท(อีกแล้ว)และมีสติ แล้วถ้าหากผมต้องเป็นอะไรไปผมก็จะไม่เสียใจที่หลังเลยว่าทำไมผมไม่รัดเข็มขัด ทำไมถึงประมาท........................
ข้อมูลข้างต้นอาจผิดพลาดไปบ้าง
ผมน้อมรับคำแนะนำครับ เพียงแต่เอามาจากประสบการณ์ตัวเอง
ผมเองฝันและอยากให้สื่อเน้นประเด็นนี้มากกว่าการคาดเดา การโทษสิ่งโน้นสิ่งนี้ ซึ่งมันไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา รังแต่จะทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น สู้ว่าบอกประชาชนในเรื่องแบบนี้ดีกว่า
ใครๆก็ขึ้นเครื่องบินได้ แต่จะมีใครสักกี่คนรู้เรื่องเหล่านี้ ตาสีตาสีท่านไม่รู้กันทุกคนหรอกครับ ยิ่งประโคมข่าวเสียหายแบบนี้ลำพังบริษัทผมอนาคตยังไม่รู้จะเป็นอย่างไร
แต่จะพาลให้ธุรกิจโลว์คอสของสายการบินอื่นเสียไปด้วย มันกระทบความมั่นใจไปหมดนะครับ
แนะนำการใช้การเดินทางด้วยเครื่องบินดีกว่านะครับ
ป.ล ผมคิดว่าข้อมูลเหล่านี้คงมีประโยชน์แก่ท่านไม่มากก็น้อย ผมสานต่อความตั้งใจของลูกเรือ OG269เรื่องความปลอดภัยที่พวกเค้าทำไม่สำเร็จแล้วนะ พี่เก่ง พี่เมย์ น้องอิ่ม น้องกิ๊ก น้องพิท ผมทำให้แล้วนะทุกคน
และหากเกิดประโยชน์ใดๆก็ขอให้ผลบุญตกแก่ผู้ประสบอุบัติเหตุทั้งหมดครับ
********เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ทำให้เรากลัวที่จะบิน........
แต่มันจะยิ่งทำให้เราเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตผู้โดยสารมากยิ่งขึ้นครับ
จากใจลูกเรือวันทูโก และลูกเรือสายการบินต่างๆทุกคน
edit @ 9 Oct 2007 21:20:16 by simplified
edit @ 9 Oct 2007 21:26:48 by simplified
edit @ 9 Oct 2007 21:28:23 by simplified